แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรุงเทพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรุงเทพ แสดงบทความทั้งหมด

13 กุมภาพันธ์ 2555

รีวิวอาหารเช้า @ Espresso โรงแรม Intercontinental

อรุณสวัสดิ์ค่ะ
หลังจากหลับสบายทั้งคืนกับเตียงนุ่มๆในห้องพักของโรงแรม Intercontinental กรุงเทพกันไปแล้ว ตื่นมาเช้านี้รีวิวเที่ยวไทยจะพาทุกท่านลงไปรับประทานอาหารเช้าของโรงแรมกันค่ะ

จะก๋วยเตี๋ยวหรือโจ๊ก ก็ปรุงให้สดๆ @ Espresso Intercontinental

รีวิวอาหารเช้าโรงแรม Intercontinental กรุงเทพ หลากหลาย ถูกปาก ถูกใจ

ขอแยกมาไว้เป็นรีวิวสำหรับอาหารเช้าของโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล อีก 1 ตอนเลยค่ะ เพราะอาหารเช้าของที่นี่ถูกปากถูกใจจริงๆ สมกับเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวค่ะ

อาหารเช้าของที่นี่ให้บริการกันที่ห้องอาหารเอสเพรสโซ (Espresso) บริเวณชั้นลอยของโรงแรมค่ะ

เมื่อเดินเข้ามา ลำดับแรกแจ้งห้องพักของเราให้กับพนักงาน และพนักงานจะเป็นผู้หาโต๊ะให้เรานั่งค่ะ โซนแรกที่เดินผ่านคือโซน cereal แต่ยังก่อนค่ะ เอาไว้ท้ายสุด เราเดินเข้าไปโซนด้านในสุดกันก่อนดีกว่าค่ะ

ขนมจีบ ซาละเปา ติ่มซำร้อนๆ
มีขนมจีบ ซาละเปา ติ่มซำให้บริการร้อนๆเลยค่ะ แถมมีปาท่องโก๋ด้วย มากันครบสูตรเลยทีเดียว

ถัดไปมีโจ๊กให้เลือก หรือจะเอาเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำก็ได้ค่ะ เลือกเครื่องที่ต้องการได้เอง ปรุงให้สดๆร้อนๆตอนนั้นเลย

โซนอาหารไทย หรืออาหารฝรั่งก็มีค่ะ ไส้กรอก เบคอน อันนี้ทางโรงแรมมีให้บริการ ไม่พลาดอยู่แล้วค่ะ ที่เราชอบก็คือ มีไส้กรอกให้เลือกหลายแบบ แฮชบราวน์ก็มีด้วย แถมเบคอนกรอบกำลังดีเลยค่ะ อร่อยถูกใจจริงๆ

สลัดและ Cold cut
โซนอาหารญี่ปุ่น ซูชิ ไข่หวานก็มีค่ะ (แต่ไม่เห็นปลาดิบนะคะ)

สลัดและ cold cut มีพร้อม

ปิดท้ายด้วยซีเรียลและผลไม้ค่ะ

โซนซีเรียล @ Espresso




อาหารเช้าของโรงแรม Intercontinental ที่ห้องอาหาร Espresso นี้ มีให้เลือกหลากหลายค่ะ แถมยังรสชาติดีอีกด้วย นั่งรับประทานอาหารเพลินๆเกือบเลยเวลาที่เค้าจัดไว้สำหรับอาหารเช้าแน่ะค่ะ

สรุปรีวิวโรงแรม Intercontinental กรุงเทพ

- โรงแรมทำเลดี ห้องพักเรียบหรู เตียงนุ่มนอนสบาย อาหารเช้าอร่อยหลากหลาย สมแล้วกับที่เป็นโรงแรม 5 ดาวค่ะ


(เมื่อคลิกเข้าไปแล้ว ตรง Availability and Price ให้ใส่วันที่ต้องการเดินทางและจำนวนผู้เข้าพัก แล้วกด Check Availability and Prices ได้เลยค่ะ เว็บจะปรากฏราคาของโรงแรมจากหลายๆเว็บให้เทียบกันค่ะ เนื้อหาจะเป็นภาษาอังกฤษแต่ราคาเป็นไทยบาทนะคะ)

9 กุมภาพันธ์ 2555

รีวิวโรงแรม Intercontinental กรุงเทพ ขอนอนโรงแรมหรูดูสักคืน

สวัสดีค่ะ หลังจากรีวิวเที่ยวไทย นำทุกท่านขึ้นเหนือล่องใต้ แถมย้ายไปภาคตะวันออกกันเล็กๆน้อยๆมาแล้ว รอบนี้ก็กลับมากรุงเทพเหมือนเดิมค่ะ รีวิวโรงแรมวันนี้ พบกับโรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ (Intercontinental Bangkok) ค่ะ ได้ยินชื่อเสียงมานาน แถมผ่านเวลาเดิน skywalk จาก CentralWorld ไป BTS ชิดลมอยู่บ่อยๆ ข้างในโรงแรมจริงๆบรรยากาศจะเป็นอย่างไรบ้าง มาชมกันค่ะ

Intercontinental Bangkok Hotel

รีวิว Intercontinental กรุงเทพ ขอนอนโรงแรมหรูดูสักคืน

ด้วยตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่ใจกลางราชประสงค์ ขวาก็ CentralWorld ซ้ายก็เซ็นทรัลชิดลม ตรงข้ามก็ Amarin ทำให้โรงแรม Intercontinental เป็นโรงแรมที่มีทำเลดีที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพค่ะ นอกจากทำเลดีแล้วยังเป็นโรงแรม 5 ดาวเสียด้วย เมื่อได้เข้าพักจะเป็นอย่างไร แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วค่ะ

เริ่มตั้งแต่ตอนเดินเข้าโรงแรมค่ะ เงยหน้ามองเห็นว่าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลนี้เป็นตึกสูงเชียวค่ะ เมื่อมาติดต่อที่ล็อบบี้ เลือกชนิดห้องที่ต้องการ (เตียงเดี่ยว เตียงคู่ โซนสูบบุหรี่ได้ หรือโซนไม่สูบบุหรี่) แล้ว ต่อมาก็รูดบัตรเครดิตเปิดหน้าบิลไว้ก่อน 2,000 บาทค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ทางโรงแรมจะไม่ได้หักเงินจากบัตรเครดิตของเราจริงๆ เพียงแค่เปิดหน้าบิลไว้เท่านั้น หากวันที่เช็คเอาท์ เราไม่ได้กินขนมในมินิบาร์ หรือใช้บริการอื่นๆของโรงแรมที่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่ม ทางโรงแรมจะยกเลิกการเปิดบิลนี้ไปโดยอัตโนมัติค่ะ แต่หากเราได้ใช้บริการบางอย่างของโรงแรมเพิ่มเติม เขาก็จะหักจากยอดที่รูดบัตรเครดิตตอนแรกไว้อันนี้ล่ะค่ะ

Double Bed @ Intercontinental
มาต่อกันที่ห้องพักเลยค่ะ เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป พบว่าโทนสีของห้องออกสีเทาค่ะ ให้ความรู้สึกแบบเป็นที่พักของนักธุรกิจที่มาติดต่องานที่เมืองไทยเลยค่ะ (ตอนเดินเข้าล็อบบี้มาก็พบว่า มีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ มากกว่าคนไทยค่ะ)

Double bed ของเราในวันนั้นค่ะ ขอยืนยันว่าเตียงของโรงแรม Intercontinental นี้ นุ่มและนอนสบายมากค่ะ ทั้งเราและเพื่อนที่ไปพักด้วยกันในวันนั้น แทบไม่อยากตื่นลงไปทานอาหารเช้าเลยทีเดียว

ทีวีจอใหญ่

ทีวีจอใหญ่มาก และไม่พลาดที่จะมี iPod deck ค่ะสำหรับโรงแรมระดับนี้

โต๊ะทำงาน






ภายในห้องน้ำ
มุมนักธุรกิจค่ะ



เข้ามาดูในห้องน้ำกันบ้าง มีทั้งโซนฝักบัว และอ่างอาบน้ำค่ะ ห้องน้ำมีขนาดค่อนข้างกะทัดรัดเมื่อเทียบกับตัวห้องค่ะ แต่ของใช้จำเป็นมีครบ รวมทั้งเครื่องชั่งน้ำหนักด้วย

วันนี้รีวิวแค่ในห้องพักก่อน เดี๋ยวตอนถัดไปจะพาทุกท่านไปพบกับ

อาหารเช้าของโรงแรม Intercontinental กันค่ะ

(เมื่อคลิกเข้าไปแล้ว ตรง Availability and Price ให้ใส่วันที่ต้องการเดินทางและจำนวนผู้เข้าพัก แล้วกด Check Availability and Prices ได้เลยค่ะ เว็บจะปรากฏราคาของโรงแรมจากหลายๆเว็บให้เทียบกันค่ะ เนื้อหาจะเป็นภาษาอังกฤษแต่ราคาเป็นไทยบาทนะคะ)

3 มกราคม 2555

เค้าท์ดาวน์ปีใหม่ ดูไฟใจกลางกรุงเทพ @ พารากอน, CentralWorld

 รีวิวเที่ยวไทย สวัสดีทุกๆคนอีกครั้งค่ะ
ช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา ได้ไปเที่ยวปีใหม่ที่ไหนกันบ้างไหมคะ ครั้งนี้รีวิวเที่ยวไทย ขอไม่พาไปไหนไกล จะพาทุกท่านไปย้อนบรรยากาศเค้าท์ดาวน์ และพาดูไฟปีใหม่ในกรุงเทพกันค่ะ แต่ก่อนอื่น ต้องขอกล่าวว่า

"HAPPY NEW YEAR 2012 - สวัสดีปีใหม่ 2555"

ขอให้ชาว teawthaireview.blogspot.com ทุกท่าน มีความสุขกันมากๆ สุขภาพแข็งแรง เงินทองไหลมาเทมาตลอดปีกันทุกคนนะคะ


ณ สยาม พารากอน

พาเที่ยวดูไฟปีใหม่ ใจกลางกรุงเทพ @ Siam Paragon, CentralWorld, และราชประสงค์

เริ่มต้นกันที่สยามพารากอนก่อนค่ะ เพราะลงจากรถไฟฟ้า BTS มาก็ถึงเลย ที่เห็นชัดก่อนใครอื่นก็คือเจ้าต้นคริสต์มาสประดับไฟทั้งต้นหน้าห้างสยามพารากอนนี่ล่ะค่ะ ต้นใหญ่เห็นได้ชัด แถมเปลี่ยนสีได้หลายสีด้วยค่ะ รอบๆก็ตกแต่งออกแนวหรูหรา มีม้าลายหมากรุก ราชินีชุดแดง ดูแล้วให้อารมณ์คล้ายการ์ตูนเรื่อง อลิซ ในดินแดนมหัศจรรย์ ตกแต่งเอาไว้ให้เป็นจุดถ่ายรูป อยู่ตรงใกล้ทางออกจาก BTS เลยค่ะ

ส่วนบันไดยาวที่ทอดลงตามความยาวของหน้าห้าง ก็ประดับเป็นซุ้มไฟ คล้ายๆปีก่อนๆ แต่เราว่าปีนี้ดูมีรายละเอียด สวยงามกว่าปีที่แล้วนะคะ

ภายในห้างก็มีเจ้าม้าลายหมากรุกไว้ให้ถ่ายรูปด้วยอีกหลายมุมเลยค่ะ (เราเห็นเจ้าม้าหมากรุกนี้ถูกแต่งไว้ในพารากอนหลายตัว จนแรกๆเผลอคิดไปว่า ปี 2555 นี้เป็นปีมะแมหรือเปล่านะ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่นะคะ ปี 2555 นี้ตามปีนักษัตรแล้วเป็นปีมะโรง งูใหญ่ค่ะ)

ถ่ายรูปที่สยามพารากอนกันไปหลายมุมแล้ว เราก็ออกเดินตามเส้นทางจาก BTS สยาม ไป CentralWorld กันค่ะ ตามมาเลยค่ะ

Central World เป็นที่ที่มีการประดับไฟรับเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่ต่อเนื่องกันมาทุกปี และถือเป็นที่ที่จัดงานเค้าท์ดาวน์ประจำ มีคนไปร่วมเค้าท์ดาวน์ที่นี่เยอะมากๆทุกปีค่ะ ปีนี้ก็เยอะเหมือนเคย ถ้าอยากไปร่วมนับถอยหลังปีใหม่ที่นี่ ถือว่าไม่ผิดที่แน่ค่ะ

แต่ถ้าอยากถ่ายรูปกับไฟประดับทั้งหลายของเซ็นทรัลเวิร์ลด์แล้วล่ะก็ แนะนำให้ไปก่อนวันเค้าท์ดาวน์นะคะ เพราะคนจะน้อยกว่า เลือกมุมถ่ายรูปได้ตามใจชอบค่ะ ที่แนะนำอย่างนี้ก็เพราะว่าทุกๆปี ที่ไปดูไฟปีใหม่ที่ CentralWorld ก็จะพบว่า มีมุมที่เราอยากถ่ายรูปด้วยหลายมุมมากๆเลยค่ะ ถ้าไปวันที่คนเยอะๆ ก็อาจจะต้องรอคิวเพื่อถ่ายรูปแต่ละจุดค่ะ

สำหรับปีนี้ จุดเด่นของการตกแต่งประดับไฟที่ CentralWorld คือ บรรดาตุ๊กตาหมีทั้งหลายค่ะ มีทั้งตุ๊กตาหมียักษ์ใหญ่ใต้ต้นคริสต์มาส ลูกโป่งหมีน้อยหลายประเทศ แท่งทรงสี่เหลี่ยมรูปน้องหมีแต่งชุดประจำชาติ หมีนักวิทยาศาสตร์ ตุ๊กตาหมี Snowman และอื่นๆที่ประดับตกแต่งไว้ ทั้งในและนอกห้าง (ดูตามภาพได้เลยค่ะ) ใครที่ชอบตุ๊กตาหมี ไป Central World ปีนี้นี่ถูกใจแน่ๆค่ะ

เดินดูไฟปีใหม่ไป ดูตุ๊กตาหมีไปเพลินๆ มองนาฬิกา แป๊บเดียวก็ชั่วโมงกว่าแล้วค่ะที่เราเดินกันมา ถ้าใครยังมีแรงเดินไหว ออกจากห้าง Central World แล้ว ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบกลับก่อนนะคะ ให้เดินไปตามทางเชื่อมผ่านแยกราชประสงค์ ทางไป BTS ชิดลมเรื่อยๆ แล้วแวะที่ Amarin ก่อนค่ะ ที่แนะนำที่นี่ด้วยเพราะว่าเดินต่อจาก Central World ไม่นาน แล้วที่ Amarin นี้ก็ประดับไฟสวย จัดแต่งตาม theme ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปทุกปี ได้มุมสวยๆสำหรับถ่ายรูปเพิ่มอีกหลายมุมเลยค่ะ


พาเที่ยวดูไฟปีใหม่ในกรุงเทพกันมา 3 ห้าง ทั้ง Siam Paragon, Central World และ Amarin แล้ว

ตอนนี้เดินจนหมดแรงแล้วค่ะ ต้องขอตัวลาไปก่อนนะคะ

แล้วพบกันใหม่ค่ะ

27 ธันวาคม 2554

Review ร้านเค้ก Desserie Sweet Cafe @ Terminal 21 ร้านเล็กๆบรรยากาศดี

สวัสดีค่ะ Review เที่ยวไทยวันนี้ขอยกพื้นที่เล็กๆให้สำหรับ ร้านเบเกอรี่เล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในชั้น London ของ Terminal 21 นะคะ ร้านเล็กๆ เลยยกพื้นที่ให้เล็กๆเหมือนกัน เป็นมินิรีวิวค่ะ

Desserie @ Terminal 21 ชั้น London

ร้านเค้ก Desserie Sweet Cafe @ Terminal 21

บรรยากาศร้าน Desserie
ร้าน Desserie นี้เป็นร้านเบเกอรี่เล็กๆ สีชมพู-ขาว ออกแนวหวานๆดูสบายๆค่ะ ซ่อนตัวอยู่ในชั้น London ของห้าง Terminal 21 ตามจริงแล้ววันที่เราไปเที่ยวที่นี่ หลังทานมื้อเที่ยงเป็นข้าวหน้าเนื้อที่ Yoshinoya แล้วเดินเที่ยว Terminal 21 ต่ออีกเล็กน้อย เรากับเพื่อนกะว่าจะไม่ทานขนมอย่างอื่นแล้ว ค่อยจัดหนักมื้อเย็นรอบเดียวเลย แต่พอลงบันไดเลื่อนมาเห็นร้านนี้ ก็เหมือนถูกดึงดูให้เดินเข้าหา แถมพอเข้าไปดูเมนูเค้กต่างๆที่โชว์อยู่ในร้าน ก็อดใจไม่ไหว จากที่จะแค่เดินดูผ่านๆ ก็กลายมาเป็นนั่งด้วยกันอยู่ตรงโต๊ะเล็กๆสำหรับ 2 คนของร้าน Desserie นี่ล่ะค่ะ

ถึงร้านจะค่อนข้างเล็ก และเราไม่เคยได้ยินชื่อร้าน Desserie มาก่อนเลยก็ตาม แต่วันที่เราไปก็เห็นว่ามีลูกค้านั่งกันเกือบเต็มร้านแล้วค่ะ โต๊ะที่เรานั่ง เป็นโต๊ะว่างที่เหลือโต๊ะสุดท้ายพอดี (ฮิตเหมือนกันนะเนี่ยร้านนี้)

หน้าตาเค้กต่างๆในตู้ของร้าน Desserie ค่ะ ดูหน้าตาและการจัดแต่งสวยงามน่ากินมากๆ
เค้กต่างๆในตู้โชว์ น่ากินมาก !
Caramel Peanut Brownie

เนื่องจากอิ่มแล้วจริงๆวันนั้นแต่อดใจไม่ไหวเพราะอยากลองชิมมาก เราเลยขอเลือกมาแค่ 1 เมนูค่ะ คือ Caramel Peanut Brownie ของร้าน Desserie แค่ชิ้นเดียวเท่านั้นค่ะ รสชาติใช้ได้เลยทีเดียว บราวนี่อุ่นๆกับคาราเมลนิ่มๆด้านบนเข้ากันดีค่ะ แถมมีถั่วกรุบๆกรอบๆด้วย ชอบค่ะ (แต่เราคิดว่าถ้าด้านบนที่ผสมกับคาราเมล จะเปลี่ยนจากถั่วลิสง (Peanut) เป็นเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือเฮเซลนัท คงจะอร่อยกว่านี้ค่ะ - อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ) โดยรวม เจ้า Caramel Peanut Brownie นี้ รสชาติคล้ายๆทอฟฟี่เค้ก แต่อร่อยกว่าค่ะ

เบเกอรี่อื่นๆ
ระหว่างที่นั่งอยู่ในร้าน นอกจากขนมเค้กในตู้โชว์แล้ว เรามองดูขนมอบของร้าน เช่น พวกขนมปังเนย ก็พบว่าสดใหม่ น่าทานมากๆเลยค่ะ







โดยสรุปเราคิดว่าร้าน Desserie Sweet Cafe นี้ เป็นจุดพักผ่อนยามมาเที่ยว Terminal 21 ของคนชอบทานเค้กและเบเกอรี่ได้ดีค่ะ ร้านสวยดี เค้กก็หน้าตาน่ากิน รสชาติใช้ได้ และราคาไม่สูงมากเท่าไรค่ะ ถ้าใครได้ไปลองมาแล้วก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

25 ธันวาคม 2554

Review ร้านอาหาร Yoshinoya - ร้านข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นที่ Terminal 21

หลังจากที่พาเดินชม Terminal 21 ห้างใหม่ใจกลางอโศกกันไปเรียบร้อยแล้ว ตามเก็บรายละเอียดทุกชั้นจนต้องแยกเป็น 2 ตอนสำหรับการรีวิว ตอนนี้เริ่มเมื่อยแล้วค่ะ มาหาอะไรทานกันดีกว่า ครั้งนี้เราเลือกร้าน Yoshinoya ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นเป็นมื้อเที่ยงค่ะ

Yoshinoya (โยชิโนยะ) - ร้านข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นที่ Terminal 21

ตามที่ได้แจ้งไปในตอนก่อนๆว่า ที่ชั้น San Francisco ของ Terminal 21 นี้ มีร้านอาหารให้เลือกหลายร้าน มีทั้งที่เหมือนๆกับห้างอื่น และบางร้านก็ไม่ค่อยมีสาขาที่ห้างอื่น เราพยายามเลือกเดินดูร้านอาหารที่ไม่เคยเจอ (ปกติเดินแต่ CentralWorld กับ Paragon เป็นหลักค่ะ) ก็มาเจอร้านนี้น่าสนใจ อยู่ลึกเข้าไปในโซนที่ตกแต่งแบบเก๋งจีนของชั้น San Francisco ค่ะ

ร้าน Yoshinoya นี้เค้าเด่นด้านข้าวหน้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าเนื้อ หน้าหมู หรือหน้าไก่ เป็นแจานเดียวเป็นหลักค่ะ ปรุงแตกต่างกันไปในสไตล์ญี่ปุ่น มาดูเมนูกันก่อนเลยค่ะ



โปรโมชั่นของร้าน Yoshinoya ช่วงนี้ตามภาพด้านล่างค่ะ

วันนั้นที่เราไป ไม่ค่อยหิวมากเท่าไรนัก เลยสั่งเป็นเซ็ทเล็กของ Yashinoya คนละเซ็ท มาทานกับเพื่อนอีกคนรวมเป็น 2 เซ็ทค่ะ เพื่อนสั่งข้าวหน้าเนื้อ พร้อมสลัด และน้ำชาเขียว ส่วนเราสั่งเป็นข้าวหน้าไก่เทริยากิ พร้อมน้ำซุปวากาเมะ และน้ำชาเขียวค่ะ (ข้าวหน้าเทริยากิชุด A)

ถ้าเป็นชุด A สามารถเลือกน้ำซุปได้ 1 ใน 3 ค่ะ เป็นซุปมิโซะ ซุปวากาเมะ หรือซุปโนริค่ะ

อาหารมาแล้วค่ะ มาดูหน้าตาของแต่ละเมนูกันเลย


เมนูข้าวหน้าเนื้อของเพื่อน ดูของจริงแล้วสีซีดกว่าในเมนูหน่อย ขอลองชิมจากของเพื่อนนิดหนึ่ง รสชาติพอใช้ได้ค่ะ ไม่ถึงกับอร่อยมาก ถามเพื่อนเพื่อนก็บอกว่าคิดเหมือนกัน เราให้คะแนนจานนี้ในใจ 6 เต็ม 10 ค่ะ แต่ไปคุยกับเพื่อนอีกคน เค้าบอกว่าร้าน Yoshinoya ที่ญี่ปุ่นอร่อยดี ไม่รู้ว่ารสชาติจะเหมือนกันรึป่าวแฮะ



มาถึงเมนูข้าวหน้าไก่เทริยากิของเรา มีไก่และผักเป็นเครื่องเคียงมาด้วย ไก่เป็นชิ้นเต็มๆดี รสชาติอร่อยเลยค่ะ ถ้าทานแค่ไก่เทริยากิกับข้าวด้านบนๆจะรู้สึกว่าจืดไปหน่อย แต่ถ้าตักลงไปถึงด้านล่างถ้วยจะเจอกับซอสเทริยากิที่เค้าราดไว้ด้านล่างด้วย กินรวมกับเนื้อไก่และข้าวสวยร้อนๆ อร่อยทีเดียวค่ะ ซุปวากาเมะก็อร่อยดีเหมือนกัน (เราชอบกินวากาเมะค่ะ เลยดีใจ เพราะร้านอื่นๆไม่ค่อยมีซุปวากาเมะให้เลือกเลย) จานนี้เราให้ 8/10 ค่ะ

การบริการเค้าก็จัดว่าไวดีค่ะ แต่พนักงานอาจจะยังใหม่ บางครั้งพนักงานบางคนเลยดูจะไม่คล่องเท่าไรนัก แต่ก็เห็นว่า ที่ Yoshinoya สาขา terminal 21 นี้ จะมีพนักงานที่เป็นพี่เลี้ยงอีกคนหนึ่งมาดูแลพนักงานใหม่ด้วยตลอด ไม่ให้ฉายเดี่ยว เราว่าทำแบบนี้ก็ดีเหมือนกันค่ะ เพราะจะได้ไม่พลาดอะไร ได้ฝึกคนใหม่ และก็มีคนเก่าคอยดูแลลูกค้าตามมาตรฐานด้วย ส่วนอาหารหลังจากสั่งไปแล้ว ก็มาเสิร์ฟไวดีค่ะ ไม่ต้องรอนาน ก็ถือเป็นข้อดีที่สำคัญอย่างหนึ่งของร้านอาหารนะคะ

สรุปร้านข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น Yoshinoya @ Terminal 21

- อาหารสั่งแล้วได้ไวดี มีซุปวากาเมะด้วย ข้าวหน้าเนื้อรสชาติอาจยังไม่เข้าที่เท่าไหร่ เดี๋ยวไว้สักพักจะมาลองอีกใหม่ แต่ข้าวหน้าไก่เทริยากิใช้ได้เลยค่ะ

ตอนต่อไปเดี๋ยวพาไปชิมร้านเค้กแบบหวานๆที่ชั้น London ของ Terminal 21 กันค่ะ

22 ธันวาคม 2554

Terminal 21 อโศก (ตอน 2) - ห้างที่เก๋ที่สุดของกรุงเทพยุคนี้

Review เที่ยวไทยวันนี้จะพาเที่ยวพาชมห้าง Terminal 21 อโศกกันต่อค่ะ ห้างเก๋ไก๋ถูกใจคนชอบเที่ยวแน่นอนค่ะ เมื่อวานเราผ่านมา 4 ชั้นแล้วนะคะ อ่านรีวิวห้าง Terminal 21 ตอนที่ 1 ได้ที่นี่ค่ะ

แผนที่ของร้านในชั้นต่างๆของ Terminal 21

Terminal 21 อโศก - ห้างที่เก๋ที่สุดของกรุงเทพยุคนี้

ชั้น 2 : London
เดินเที่ยวชมห้างแบบเรื่อยเปื่อยออกแนวพระยาน้อยชมตลาดมาจนถึงชั้นที่ 5 แล้ว (ตามป้ายจะเท่ากับ ชั้น 2 ค่ะ) ชั้นนี้เป็นชั้น London ค่ะ เอกลักษณ์ของชั้นนี้ก็เป็นการตกแต่ง theme ระบบการขนส่งสื่อสารมวลชน รถเมล์และสถานีรถไฟใต้ดินสีแดงโดดเด่นของ London แถมมีตู้โทรศัพท์สีแดงที่ชวนให้อยากจะลองเข้าตู้แล้วแปลงกายเป็น Superman เหมือนในหนังเลยค่ะ

ตั้งแต่ชั้น GF ถึงชั้น 2 ที่ผ่านมาทั้งหมด สินค้าจะเน้นเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แฟชั่นของทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีค่ะ

ชั้น 3 : Istanbul
ชั้น 3 : Istanbul ชั้นนี้ก็เป็นชั้นที่น่าสนใจมากที่สุดอีกชั้นหนึ่งของ Terminal 21 ค่ะ น่าสนใจทั้งการตกแต่งและร้านรวงต่างๆที่อยู่ในชั้น Istanbul นี้เลยค่ะ การตกแต่งของโซนร้านค้า การประดับประดาไฟของชั้นนี้ สวยมากๆค่ะ เดินไปทำให้คิดถึงบรรยากาศของ อะลาดิน หรือ Prince of Persia ไปด้วย แถมร้านค้าที่มีอยู่ในชั้นนี้ก็หลากหลายค่ะ ตั้งแต่ร้านตุ๊กตา หุ่นจำลอง เครื่องเขียน ไปจนถึงร้านขายของประดับและเครื่องรางสไตล์ตุรกี หรือของอียิปต์ก็มีค่ะ เดินเพลินมากๆเลย
ชั้น 3 : Istanbul

ชั้น 4 : San Francisco เป็นแหล่งรวมร้านอาหารต่างๆค่ะ มีสะพานโกลเด้นเกทเป็นสัญลักษณ์ มองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกล ไม่ต้องกลัวว่าจะไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว เจ้าสะพานโกลเด้นเกทนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของ Terminal 21 ที่หลายๆคนคงเคยเห็นจากในโฆษณามาแล้ว ชั้นนี้มีร้านอาหารให้เลือกหลายร้านค่ะ ไม่ว่าจะเป็นร้านที่รู้จักคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว อย่าง Swensens,  MK สุกี้ หรือ ข้าวราดหน้าแกงกะหรี่ Cocoichibanya และ Fuji หรือร้านใหม่ๆที่ไม่ค่อยได้เจอตามห้างอื่นๆก็มีค่ะ
ชั้น 4 : San Francisco


วันนี้เราเลือกร้าน Yoshinoya สำหรับมื้อเที่ยงค่ะ ขอลองร้านใหม่ๆที่ไม่ค่อยเจอที่ห้างอื่นเสียหน่อย (ติดตามอ่านรีวิวร้านข้าวหน้าเนื้อ Yoshinoya ณ Terminal 21 ได้ที่นี่ค่ะ)

อิ่มแล้วก็มาเดินกันต่อค่ะ เราแปลกใจนิดๆว่าชั้น San Francisco นี้ ทำไมถึงได้มีเก๋งจีนอยู่ด้วย โคมไฟต่างๆนานาในแถบร้าน Yoshinoya และร้านข้างเคียงก็ดูจะเป็นแบบจีนๆไปทั้งหมด หรือว่าเค้าจะจำลองไชน่าทาวน์ของ San Francisco มาไว้ที่นี่ด้วย

ชั้น 5 : Pier 21 Bangkok
ชั้น 5 : Pier21 Bangkok มาถึงกรุงเทพแล้วค่ะ ชั้นนี้เป็น Food court ของห้าง Terminal 21 นี้ค่ะ เราไม่ได้ลองเดินสำรวจมากเท่าไรนักเพราะเพิ่งอิ่มจากชั้น San Francisco มา แต่ทราบข้อมูลว่า food court ของห้างนี้ ทุกร้านเปิดให้บริการจนถึง 22.00 น.ทุกวันค่ะ เอาใจคนทำงานดึกแถวอโศกได้ดีทีเดียว ภายนอกบริเวณ foodcourt ของชั้นนี้ก็ยังมีร้านอาหารอื่นๆตั้งเป็นร้านเดี่ยวๆอีกหลายร้านค่ะ ร้านบ้านหญิงจากสยามก็มาด้วยนะคะ (ร้านนี้เราชอบค่ะ เพิ่งทราบว่าเค้ามาเปิดที่นี่ด้วย)

ชั้น 6 : Hollywood ห้างใหม่ใจกลางเมืองอย่างนี้จะขาดโรงภาพยนตร์ไปได้อย่างไร ใช่ไหมคะ สำหรับโรงหนังของ Terminal 21 นี้เป็นเครือ SF cinema ค่ะ ที่โดดเด่นที่สุดของชั้นนี้คงจะเป็นตุ๊กตา Oscar ขนาดมหึมาที่ทอดตัวจากชั้น Hollywood ลงมาชั้น Pier21 Bangkok ค่ะ อยู่ข้างบันไดเลื่อน มองกันเพลินตลอดเวลาขึ้นบันไดเลื่อนเลยค่ะ (แต่เราว่าหุ่น Oscar ของที่นี่ผอมไปหน่อยนะคะ)

หุ่น Oscar ยืนต้อนรับที่ชั้น Hollywood
ครบทั้ง 9 ชั้นแล้วค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ น่าสนใจใช่มั้ยเอ่ย เราเองตอนได้ยินแค่ว่า Terminal 21 เป็นห้างเปิดใหม่ของกรุงเทพ ตอนแรกฟังแล้วเฉยๆค่ะ ก็กรุงเทพมีห้างและศูนย์การค้าเต็มไปหมดอยู่แล้ว แต่พอได้ยินว่าเขาตกแต่งเป็น Terminal สนามบิน และเมืองท่องเที่ยวต่างๆของโลกเนี่ยก็อยากมาเที่ยวทันทีค่ะ และมาแล้วก็ไม่ผิดหวังนะคะ เดินกันเพลินเลยทีเดียว

การเดินทางก็สะดวกมากค่ะ ขึ้นรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีอโศก ก็ถึงเลยค่ะ มีทางเดินเชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าเข้าห้างเรียบร้อย



สรุปรีวิวห้าง Terminal 21 อโศก

- ห้างสรรพสินค้าที่เป็นมากกว่าห้าง ถือเป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวของกรุงเทพได้เลย ไม่ต้องพกตังค์เยอะๆมาชอปปิ้ง แค่เดินเที่ยวดูตัวห้างโดยไม่ต้องซื้อของก็สนุกได้แล้วค่ะ

21 ธันวาคม 2554

Review Terminal 21 อโศก - เมื่อห้างกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

หลังจากจบซีรี่ย์แรกของรีวิวเที่ยวเชียงใหม่ไปแล้ว (เตรียมพบกับซีรี่ย์ 2 อีกไม่นานเกินรอค่ะ) คราวนี้เราขอพากลับมาเที่ยวกรุงเทพกันต่อนะคะ รีวิวเที่ยวไทยวันนี้จะพาเที่ยวห้าง Terminal 21 ค่ะ มาดูกันว่า เมื่อห้างสรรพสินค้า ไม่ได้เป็นแค่ที่สำหรับชอปปิ้งอีกต่อไป จะเป็นอย่างไร เมื่อตัวห้างเอง กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปด้วย มาพบกับรีวิว Terminal 21 ห้างสรรพสินค้าเปิดตัวใหม่ล่าสุดของกรุงเทพ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใครกันค่ะ


ห้างเทอร์มินัล 21 (Terminal 21) สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ใจกลางอโศก

LG : Caribbean
จุดเด่นของศูนย์การค้า Terminal 21 นี้คือการตกแต่งค่ะ คงจะถูกใจนักท่องเที่ยวทั้งหลาย เขาจำลองตัวห้างเองเป็น Terminal ต่างๆของสนามบินค่ะ ทั้งหมดมี 9 ชั้น แต่ละชั้นก็จะมีการตกแต่งเฉพาะสำหรับแต่ละชั้น เป็นเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของโลกแต่ละแห่งค่ะ มาดูกันแต่ละชั้นนะคะ

LG : Caribbean
ชั้นล่างสุด LG : Caribbean ตกแต่งด้วยสีสันสดใส ตามสไตล์ทะเลแคริบเบียน ชั้นนี้เป็นชั้นที่รวมร้านอาหาร โดยมากมักเป็น Fastfood และ Gourmet market ค่ะ พอเห็น Gourmet market และส่วนลดจากบัตรเครดิต Citi M Visa เลยถึงบางอ้อ ว่าที่ Terminal 21 นี้คงจะบริหารงานโดยเครือเดียวกับ Paragon, Emporium และ The Mall ค่ะ เป็นกลุ่มธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากจริงๆ
GF : Rome



ชั้น GF : Rome ตกแต่งหรูหราตามแบบฉบับอิตาลี เดินปุ๊บได้บรรยากาศอิตาลีปั๊บ คล้ายๆตอนเดินใน The Venetian ที่มาเก๊าค่ะ


GF : Rome
ชั้น MF : Paris ชั้นนี้เราเดินเที่ยวเองแล้วยังงงๆ เพราะไม่แน่ใจเหมือนกันว่า สไตล์ปารีเซียงเนี่ย มีอะไรเป็นเอกลักษณ์บ้าง หรือเพราะว่าห้างส่วนใหญ่ในเมืองไทย ตกแต่งสไตล์ปารีสอยู่แล้ว เราเลยรู้สึกว่าการเดินชั้นนี้ไม่ค่อยแตกต่างจากห้างอื่นๆเท่าไรนักค่ะ จากชั้นนี้ถ้าเดินเมื่อยแล้ว เค้ามีบันไดเลื่อนแบบ bypass ระยะทางยาว จากชั้น M Paris ข้ามไปชั้น 4 San Francisco เลยค่ะ เรียกว่าข้ามทวีปไปเลย ไม่ต้องผ่าน Tokyo, London และ Istanbul ก่อน
แมวกวัก สัญลักษณ์ชั้น 1 : Tokyo

ชั้น 1 : Tokyo ชั้นนี้ดูจะเป็นชั้นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากที่สุดในบรรดาชั้นทั้งหมดของห้าง Terminal 21 นี้ค่ะแค่เดินขึ้นบันไดเลื่อนปุ๊บ ก็เจอกับเจ้าแมวกวักตัวใหญ่ ที่คอยกวักเรียกนักท่องเที่ยวทั้งหลายให้เข้าไปถ่ายรูปด้วยตลอดเลยค่ะ นอกจากนี้ ก็ยังมีการตกแต่งด้วยโคมไฟญี่ปุ่นเป็นระยะๆ แถมมีว่าวปลาด้วย เก๋ไก๋จริงๆ

ห้องน้ำแบบญี่ปุ่น
แถมความพิเศษเพิ่มอีกอย่างของชั้น Tokyo นี้ค่ะ คือ "ห้องน้ำ" !!! ใช่แล้วค่ะ ห้องน้ำที่นี่ มีความพิเศษมากกว่าห้องน้ำของห้างอื่นๆแน่ๆค่ะ รับรองได้  ใครที่เคยดูเดี่ยวไมโครโฟน 8 ของโน้ต อุดม ที่เคยเล่าถึงห้องน้ำของญี่ปุ่นว่าเป็นยังงัย นั่งแล้วอุ่น ที่ฉีดน้ำดี ปุ่มปรับโน่นนี่ ส่วนใหญ่คนที่เคยดูเดี่ยวฯฟังแล้วก็อยากจะไปลองห้องน้ำของญี่ปุ่นกันทุกคน ตอนนี้ทุกท่านไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่นแล้วค่ะ ห้องน้ำใน Terminal 21 ชั้น Tokyo นี้ มีให้เพื่อนๆได้สัมผัสโถชำระที่โน้ต อุดมบอกว่า "สุดยอด" ได้แล้วค่ะ (ส่วนห้องน้ำของชั้นอื่นๆเป็นอย่างไรเนี่ย เพื่อนๆคงต้องไปเข้ากันเอาเองนะคะ เพราะเราแวะเข้าห้องน้ำแค่ชั้น Tokyo ชั้นเดียวค่ะ)

น่าสนใจจริงๆห้าง Terminal 21 เนี่ย ขนาดห้องน้ำยังเก๋เลยนะเนี่ย

พี่ซูโม่เค้าอยู่ในชั้น Tokyo ค่ะ

ผ่านมา 4 ชั้นแล้ว เดี๋ยวเราไปต่ออีก 5 ชั้นที่เหลือกันค่ะ ติดตามต่อใน Terminal 21 - พาเที่ยวห้างที่เก๋ที่สุดในกรุงเทพยุคนี้

15 ธันวาคม 2554

Review บุฟเฟต์อร่อยในกรุงเทพ - Next2 @ โรงแรม Shangri-La

Review เที่ยวไทย สวัสดีอีกครั้งค่ะ 
ห่างหายไปหลายวัน วันนี้กลับมาเที่ยวกรุงเทพกันต่อค่ะ หาอะไรอร่อยๆในกรุงเทพทานกันหน่อยนะคะ วันนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ ห้องอาหาร Next2 บุฟเฟต์นานาชาติของโรงแรมแชงกรี-ล่า กันค่ะ

หลายๆคนคงจะเคยได้ยินชื่อของโรงแรมแชงกรี-ล่า (Shangri-La hotel) โรงแรมใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถวสาธรกันมาบ้างแล้วนะคะ ที่นี่นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องของความหรูหรา วิวแม่น้ำสวยๆ และการบริการอย่างมืออาชีพแล้ว อีกอย่างที่น่าสนใจของโรงแรมแชงกรี-ล่า นี้ก็คือ บุฟเฟต์นานาชาติของห้องอาหาร Next2 นี่ล่ะค่ะ

บุฟเฟต์นานาชาติที่ห้องอาหาร Next2 แชงกรีล่า : วิวก็ดีอาหารก็อร่อย

ห้องอาหาร Next2 ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างสุดของโรงแรมค่ะ พื้นที่กว้างขวาง จุคนได้มากทีเดียวค่ะ มีโต๊ะทั้งภายในอาคาร และภายนอกอาคารริมน้ำเจ้าพระยาค่ะ จะเลือกที่นั่งโซนไหนก็คงแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนค่ะ ถ้านั่งโซนด้านนอกก็จะเห็นวิวแม่น้ำสวยๆได้ชัดเจน บรรยากาศสบายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลากลางคืน ก็โรแมนติกดีค่ะ แต่โดยมาก เรามักจะเลือกที่นั่งด้านใน เพราะจะได้ใกล้บริเวณที่ตักอาหารค่ะ (เน้นกินอาหารมากกว่าชมวิว)

มาเริ่มกันเลยนะคะ จะพาทุกท่านไปดูว่าบุฟเฟต์นานาชาติของที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง
ปลาดิบและอาหารญี่ปุ่น

อันดับแรกเลยค่ะ อาหารญี่ปุ่น : ข้าวปั้นและปลาดิบ หรือที่เรามักได้ยินบ่อยๆว่า ซาชิมิและซูชิ นั่นเองค่ะ ของโปรดของเราเลยค่ะ ที่ห้องอาหาร Next2 นี้ มีซาชิมิหลายแบบให้เลือกสรรค่ะ ขนาดปลาแซลมอนอย่างเดียว ยังทำเป็นซาชิมิให้เลือกได้หลายแบบ ทั้งเป็นปลาดิบธรรมดา และปรุงรสเพิ่มอีก 2-3 แบบค่ะ แถมยังมีปูอัด สาหร่ายเย็น และซูชิชนิดอื่นๆให้ตักได้อีกแบบไม่อั้น ที่สำคัญอร่อยด้วยค่ะ


Lobster ของโปรดใครหลายคน
กุ้งล็อบสเตอร์ก็มาค่ะ ของโปรดของใครหลายๆคน วางอยู่บนน้ำแข็ง เลือกตักได้ตามใจชอบ แต่เนื่องจากไม่ใช่จานโปรดของเรา เมนูนี้เราเลยขอข้ามไปนะคะ แต่เพื่อนๆที่ไปด้วยกันทุกคนชอบมากๆค่ะ


เฟตูชินีซอสเนื้อ @ Next2
ข้ามมาโซนพาสต้า ที่ Next2 บุฟเฟต์นี้มีบริการปรุงพาสต้าให้จานต่อจานเลยค่ะ สดๆกันเลย จำนวนเส้นพาสต้าที่มีให้เลือกไม่มากค่ะ เด่นเป็นเฟตูชินี่กับเส้นดำ ขาดเพนเน่กับฟูซิลี่ของชอบเราไป แต่ซอสนี่มีให้เลือกหลากหลายค่ะ แล้วก็อร่อยด้วย โดยเฉพาะซอสเนื้อค่ะ วันที่ไปกินล่าสุด ได้กินพาสต้าซอสเนื้อไปตั้ง 2 รอบค่ะ อร่อยจริงๆ



Steak @ Next2
โซนสเต็กก็มีค่ะ มีทั้งสเต็กหมู สเต็กเนื้อ สเต็กปลา แต่ของโปรดของเราก็อย่างในรูปเลยค่ะ สเต็กเนื้อ และปลาหิมะย่างซีอิ๊วค่ะ เมนูปลาหิมะนี่ทำให้ประทับใจบุฟเฟต์ของ Next2 เพิ่มขึ้นไปอีกค่ะ เพราะไม่ค่อยได้เจอในเมนูของบุฟเฟต์โรงแรมอื่นๆ


อาหารอินเดีย
นอกเหนือจากนี้ก็มีโซนอาหารนานาชาติอื่นๆอีกค่ะ ทั้งอาหารไทย อาหารจีน และอาหารอินเดีย มีภาพมาให้ดูด้วยค่ะ 






อิ่มกับอาหารคาวไปแล้ว ถึงเวลามาพบกับโซนอาหารที่เราชอบมากที่สุดของ Next2 บุฟเฟต์โรงแรมแชงกรี-ล่านี้แล้วล่ะค่ะ (โซนที่ผ่านๆมา ชอบมาก แต่โซนนี้ ชอบมากที่สุดค่ะ) คือโซนอาหารหวานและขนมต่างๆนั่นเองค่ะ มีทั้งช็อคโกแลตฟองดูผลไม้และมาร์ชแมโลว์ เค้กต่างๆหลากหลายแบบ หลากหลายสีสัน มาการง (macaron) และไอศกรีม อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ไม่รู้จะบรรยายยังงัยดีถึงโซนขนมหวานของที่นี่ ชอบมากๆเลยค่ะ มีให้เลือกเยอะมาก แล้วก็รสชาติดี เราทานขนมหวานของที่นี่ในปริมาณพอๆกับอาหารคาวเลยค่ะ ใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนชอบขนมหวาน เวลามา Next2 อย่าทานอาหารคาวเพลินนะคะ ต้องเผื่อท้องไว้ทานขนมหวานด้วย รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ


สรุปรีวิว Next2 บุฟเฟต์นานาชาติโรงแรมแชงกรี-ล่า :
- อาหารหลากหลาย คุณภาพดี อร่อย ขนมหวานมีให้เลือกเยอะมาก วิวก็สวย ไปกินมาแล้ว 3 ครั้ง ก็ประทับใจทุกครั้งเลยค่ะ 


ปล. สำรองที่นั่งและสอบถามราคาได้ที่ 02-2367777 นะคะ